เมียน้อย – เมียหลวง เธอจะเลือกใคร ?

หัวข้อที่เล่าสู่กันฟังคราวนี้ คนดู คนฟัง คนอ่าน คงสงสัย ว่าผู้เขียนจะพูดเรื่องอะไร ดูจาก wording คงจะเดาไปต่าง ๆ นานา อาทิ บางคนอาจบอกว่า สงสัยภรรยาของคุณ (อาจเป็นเมียน้อย เมียหลวง หรือทั้งสองฝ่าย) อาจยืนคำขาดกับคุณ ให้เลือกว่าจะเลือกอยู่ข้างใด จะต้องตัดคนใดออกไป (มิเช่นนั้นต้องเลิกกัน หย่ากัน หรือต่างคนต่างอยู่) บ้างก็ว่านี่จะพูดเรื่องหนังเรื่องละครหรือเปล่านี่ หรือจะพูดเรื่องน้ำเน่า เรื่องวังวนแห่งชีวิตคู่ที่แสนจะสุดเซ็ง ยังไงกันแน่

จริง ๆ แล้ว ถูกทุกข้อ เพราะผู้เขียนหมายถึงตามที่ว่านั่นแหละ แต่ไม่ยอมรับว่าจะเป็นเรื่อง น้ำเน่า เพราะมิได้มีวัตถุประสงค์เช่นนั้น และบอกตรงนี้ ว่าผู้เขียน เลือกฝ่าย เมียหลวง อย่างเดียว เมียน้อยไม่เอา ที่ไม่เอานั่น เพราะว่า เราเป็นเพื่อนที่สนิทมาก ๆ กับเมียหลวงเขานั่นแหละ (จะว่าลำเอียงก็ช่างปะไร !)


ตำนาน เมียน้อย-เมียหลวง คงมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ที่มาโด่งดังมาก ๆ ก็เพราะมีการเขียนนวนิยาย 2 เรื่อง ที่แข่งขันกันมาแต่อดีต เรื่องแรก เมียหลวง เขียนโดย กฤษณา อโศกสิน และเรื่องที่สอง เมียน้อย เขียนโดย ทมยันตี ทราบมาว่านักเขียนทั้งสองท่านเคยคุยกันในสำนักงานนิตยสาร (ไม่แนใจว่าใช่ สกุลไทย หรือเปล่า) คุณกฤษณากล่าวว่า “พี่จะเขียนเกี่ยวกับเมียหลวงนะ เพราะมันคงมีอะไรที่ซับซ้อนน่าสนใจอยู่” และคุณทมยันตีก็ตอบกลับว่า “ถ้าพี่เขียนเมียหลวง อิ๊ดก็จะเขียนเกี่ยวกับเมียน้อย เพราะจริง ๆ แล้ว เมียน้อยก็มีชีวิตที่น่าสนใจเหมือนกันนะคะ” (สองนักประพันธ์ใหญ่ท่านคงพูดประมาณนี้ – แต่ไม่ขอรับประกันเรื่อง word by word !) แล้วท่านทั้งสองก็แข่งกันเขียนอย่างขะมักเขเม้น และชาวบ้านชาวช่องเขาก็ติดกันงอมแงม ทั้งสองเรื่อง โด่งดังกันมาจนถึงทุกวันนี้

เรื่องเกี่ยวกับหนังสือ ผู้เขียนคงมีโอกาสเขียนในโอกาสอันควร สำหรับคราวนี้ คงบอกเล่าเกี่ยวกับเพื่อนรักคนหนึ่ง ที่มีสมญาว่า เป็น เมียหลวง (อย่างเป็นทางการระดับประเทศ) เพราะเธอเป็นดาราภาพยนตร์ฝ่ายหญิงที่เป็นตัวเอก ในภาพยนตร์เรื่อง เมียหลวง ที่กำกับการแสดงโดย วิจิตร คุณาวุฒิ เธอมีชื่อแต่ดังเดิมว่า พ-วงเดือน อินทราวุธ (ชื่ออ่านว่า พะวงเดือน) แต่เวลาเป็นดาราภาพยนตร์ เขาให้ใช้ชื่อว่า วงเดือน อินทราวุธ เพราะน่าจะอ่านง่ายกว่า เรื่องเมียหลวง Version ภาพยนตร์ (ปี 2521) เธอแสดงคู่กับ จตุพล ภูอภิรมย์ และวิยะดา อุมารินทร์ เรื่องนี้ทำให้ วงเดือน อินทราวุธ มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นเมียหลวงที่สุภาพ มาดผู้ดี สวยสง่า (แต่วาจายอกย้อนเจ็บแสบสุด ๆ) แสดงได้สมบทบาทจนได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทองดาราภาพยนตร์หญิงยอดเยี่ยมประจำปี 2522

คงมีคนถามว่า แล้วไปรู้จัก วงเดือนได้อย่างไร ก็คงต้องตอบว่ารู้จักตั้งแต่เด็ก เพราะเราเรียนหนังสือมาด้วยกัน อยู่ห้องเดียวกัน และสนิทกันพอสมควรเชียวแหละ เราเรียนกันที่ โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นนักเรียนรุ่นแรกของโรงเรียน (รุ่นปี 2511) นอกจากพ-วงเดือน ยังมีเพื่อนสาธิตฯ รุ่น 1 ที่ใคร ๆ ก็รู้จัก อีกบางคน เช่น อิทธิ พลางกูร นักร้องและนักแต่งเพลงชื่อดัง และเยาวภา ชินวัตร (เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภริยาของคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ของประเทศไทย) เป็นต้น

เมื่อก่อนเธอไม่เรียกตัวเองว่า พ-วงเดือน หรือ วงเดือน เธอจะเรียกตัวเองว่า น้ำตาล หรือ ตาล ตลอดเวลา และเพื่อน ๆ ก็จะเรียกเธอว่า ตาล ๆ ด้วยความที่เธอช่างพูด ช่างเจรจา ชอบเป็นผู้นำอยู่เรื่อย เธอจึงเป็นเพื่อนที่ใคร ๆ จะขาดไม่ได้ อะไรก็ตาล ๆ ต้องถามตาลก่อนนะ เธอจึงเป็น เจ้าแม่ แห่งห้องศิลปะ ที่ใคร ๆ ก็เกรงใจ

นอกจากการเจรจา เธอยังเก่งเรื่องการปีนป่าย โดยเฉพาะการปีนต้นไม้ และเธอจะเป็นคนริเริ่มคำพูดที่ว่า อยู่ข้างบน เป็นลิงเป็นค่าง อยู่ข้างล่าง ขว้างได้ขว้างเอา ซึ่งเป็นหลักฐานว่าตอนเด็ก ๆ เธอซนน่าดู (แม้ว่า อยู่ต่อหน้าเจ้าแม่ เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ ผู้มารดา จะทำกริยาท่าทางสงบเสงี่ยม เรียบร้อย ดั่งกุลสตรี ก็ตาม !)

ครั้งหนึ่ง ผู้เขียนต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสวนดอก (ปัจจุบันคือโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่) ในขณะที่กำลังเรียนชั้นม.ศ. 2 (หลักสูตรเก่า ระดับประถม เขาเรียนตั้งแต่ชั้น ป. 1 – ป. 7 และต่อระดับชั้นมัธยม ตั้งแต่ชั้น ม.ศ. 1 ถึง ม.ศ. 5 สำหรับหลักสูตรปัจุบัน เขาเรียนประถมต้น 6 ปี คือ ป. 1 – 6 และระดับมัธยม เรียนตั้งแต่ ม. 1 – ม. 6) เป็นเวลาประมาณ 6 เดือน อารามที่ตาลกับเพื่อน ๆ รักใคร่ชอบพอกับผู้เขียนค่อนข้างมาก พวกเพื่อน ๆ จึงพากันมาเยี่ยมไข้อยู่บ่อยครั้ง และตาลก็ชอบแสดงพฤติกรรมแผลง ๆ อีกตามเคย คือเธอจะไป เล่นลิฟต์ ขึ้น ๆ ลง ๆ บ่อย ๆ อย่างสนุกสนาน เพราะอาคารผู้ป่วย เป็นอาคารใหม่ (อาคาร 7 ชั้น โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่) ลิฟต์ก็ใหม่ เด็ก ๆ จึงตื่นเต้น ใช้ลิฟต์ ขึ้น ๆ ลง ๆ ความจริงผู้เขียนไม่ได้เห็นกับตาว่าตาลเขาเล่นหรือไม่เล่น และเล่นบ่อยหรือไม่บ่อยอย่างไร แต่เพื่อน ๆ ที่มาด้วยนั่นแหละ จะคอยรายงานว่า ไอ้ตาลมันเล่นลิฟต์อีกแล้ว เฮ้อ เป็นเพื่อนยังไงกันนี่ น่าจะอนุโลมกันบ้างนะเธอ ฟ้องกันอยู่ได้ !

เนื่องจากตาลมาจากโรงเรียนคริสเตียน และบิดา (คุณพิรุณ อินทราวุธ) นับถือศาสนาคริสต์ บิดาจึงปลูกฝังให้ลูกสาวเป็นคริสเตียนที่เคร่งครัด ทุกครั้งที่มีเทศกาลทางคริสต์ โดยเฉพาะเทศกาลคริสต์มาส ตาลจะเป็นผู้ชักชวนเพื่อน ๆ หัดร้องเพลงคริสต์มาส อย่างตั้งอกตั้งใจ และสนุกสนาน มีผลทำให้เพื่อน ๆ หลาย ๆ คน รวมทั้งผู้เขียน ชอบร้องเพลงคริสต์มาส และชอบเทศกาลคริสต์มาสไปโดยปริยาย ช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนธันวาคม หลาย ๆ คนจะตั้งตารอที่จะขับขานเพลงคริสต์มาสที่สนุกสนาน เพลงที่ตาลสอนมีหลายเพลง อาทิ Deck The Halls; Jingle Bells; Joy To The World; O Come, All Ye Faithful; Oh Holy Night; Santa Claus Is Coming To Town และ Silent Night เป็นต้น ซึ่งทำให้จดจำมาจนถึงบัดนี้ เวลาดูในภาพยนตร์ หรือเวลาไปเดินตามห้างในช่วงคริสต์มาส ผู้เขียนจะมีความสุขที่ได้ยินเสียงเพลงคริสต์มาสแว่วมาไกล ๆ และรำลึกว่า ถ้าได้อยู่กับตาลและพวกพ้อง คงถึงเวลาร้องเพลงประสานเสียงอย่างสนุกสนาน ร่าเริง กันอีกแล้ว

ช่วงที่พำนัก ณ หอพักคริสเตียน หรือ สนค. ที่เคยนำเสนอไปแล้ว ผู้เขียนไม่เคยกลัวที่จะมีส่วนร่วมในการร้องเพลงคริสต์มาส ร่วมกับเพื่อนคนอื่น ๆ แม้จะมิใช่คริสต์เตียนก็ตาม เพราะตาลเขาสอนไว้ดี รวมทั้งการสวดสรรเสริญพระเจ้าก็มีความรู้สึกคุ้นเคยเช่นเดียวกัน

เรื่องภาษา ตาลก็ใช่ย่อย ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ตาลก็เรียนได้ยอดเยี่ยม คิดว่าตอนนี้คงดีกว่าเดิมเยอะ เพราะทราบว่าได้ไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนามานี่นา

ที่น่าประทับใจอีกอย่างของตาลคือ เธอชอบอ่านหนังสือนวนิยายซึ้ง ๆ หวาน ๆ สนุก ๆ รวมทั้งเรื่องน่ากลัว ๆ และมักจะนำมาเล่าให้เพื่อนสนิท ๆ ทราบอยู่เป็นนิจ เป็นการส่งเสริมการอ่านให้กับเพื่อน ๆ โดยไม่รู้ตัว อาทิ เมื่อเธอได้อ่านนวนิยายเรื่อง ในฝัน ของ โรสลาเรน (นามปากกาหนึ่งของวิมล เจียมเจริญ หรือทมยันตี) ในตอนกลางคืน ตอนเช้า ๆ เธอจะมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังอย่างย่อ ๆ พร้อมกับบอกว่า อ่านจบแล้ว ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร เพราะสงสาร เจ้าชายโอริสสาวัฒนา หรือเจ้าชายเสนาบดี ที่จบชีวิตลงด้วยฝีมือของศัตรู ไม่สามารถแต่งงานกับ เจ้าหญิงพรรณพิลาศ ผู้เป็นที่รักได้ในตอนจบ และเมื่อเธออ่าน เงา ของโรสลาเรนแล้ว เธอก็บอกว่า ตั้งแต่บัดนี้ต้องทำแต่ความดี จะต้องไม่ทำความชั่ว เพราะ “เงา” หรือท่านยมทูต จะตามเราไปทุกหนทุกแห่ง นอกจากนั้น เธอยังแนะนำนิยายเรื่องอื่น ๆ แก่เพื่อน ๆ ตลอดเวลา ทำให้เพื่อนต้องไปอ่านหนังสือเรื่องนั้น ๆ ดู ดูซิว่า ที่ “ไอ้ตาล” บอกนั้น มันจริงหรือเปล่าหว่า

ปัจจุบัน แม้เธอจะไม่ใช่เด็กน้อยและสาวน้อยแสนซนเหมือนเมื่อก่อน แต่เธอเป็นถึงผู้จัดการ (ใหญ่) โรงเรียนดนตรีณัฐ และณัฐสตูดิโอ ของคุณสามี (คุณณัฐ ยนตรรักษ์ นักเปียโนและนักประพันธ์เพลงที่มีชื่อเสียงของไทย) ซึ่งคงมีภารกิจมากมายเหลือประมาณ

แต่ผู้ขียนและเพื่อน ๆ ก็หวังว่า คงมีโอกาสได้พบกับ “ไอ้ตาล” เพื่อนจอมแก่นของพวกเราอีกเป็นแน่

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s