สุบินนิมิต ลางบอกเหตุ

คำว่า สุบินนิมิต หากเปิดดูพจนานุกรมไทยที่ใช้เป็นมาตรฐาน คือพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (ที่ผู้เขียนใช้ตอนนี้ เป็นฉบับ พ.ศ. 2542) จะไม่พบคำว่า สุบินนิมิต ที่เขียนติดกัน มีแต่คำว่า สุบิน เป็นคำนาม หมายถึง ความฝัน ราชาศัพท์ใช้ว่า พระสุบิน มาจากภาษาบาลีว่า สุปิน (หน้า 1,205) ส่วนคำว่า นิมิต (เล่มเดียวกัน หน้า 589) มี 2 ความหมาย ความหมายที่หนึ่ง เป็นคำกริยา หมายถึง นิรมิต สร้าง แปลง ทำ มาจากภาษาบาลีว่า นิมฺมิต มาจากภาษาสันสกฤตว่า นิรฺมิต ส่วนความหมายที่สอง เป็นคำนาม หมายถึง เครื่องหมาย ลาง เหตุ เค้ามูล มาจากภาษาบาลีและภาษาสันสกฤตว่า นิมิตฺต (ใช้ตัวเดียวกัน ต้องย้ำเล็กน้อย เพราะตามปกติ ภาษาบาลีและภาษาสันสกฤษ เขาจะใช้รูปคำที่ต่างกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังเช่นสันสกฤตใช้คำว่า “นิรฺมิต” มี ร ลั่นลิ้น หรือใช้คำที่ยาว ๆ ในขณะที่ภาษาบาลีเขาจะใช้คำที่สั้นกว่า และไม่ชอบ “ลั่นลิ้น”) ดังนั้น หากสรุปรวมคำว่า สุบินนิมิต จึงน่าจะหมายถึง ความฝันที่เป็นลางบอกเหตุ นั่นเอง

เมื่อลองค้นคว้าจากแหล่งข้อมูล (ซึ่งขณะนี้ที่นิยมกันมาก ๆ ก็คือ ค้นจากเว็บไซต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งค้นจาก Google) ก็พบว่ามีคนเขียนอยู่เหมือนกัน จึงขออนุญาตนำเรื่อง ความรู้เกี่ยวกับสุบินนิมิต มากล่าวไว้ (อยากขอบคุณคนที่นำมาใส่ไว้ในเว็บ แต่เขาไม่บอกชื่อ ก็เลยจนใจยิ่ง) เขาบอกว่าคนโบราณเชื่อว่าสาเหตุของความฝันหรือสุบินนิมิต มี 4 ประการ คือ (1) บุพนิมิต ฝันบอกลางล่วงหน้า (2) จิตนิวรณ์ ฝันเพราะจิตผูกพันเป็นห่วง (3) เทพสังหรณ์ ฝันเพราะเทวดาดลใจให้รู้ล่วงหน้า และ (4) ธาตุโขภ ฝันเพราะธาตุต่าง ๆ ในร่างกายไม่ปกติ (ความรู้เกี่ยวกับสุบินนิมิต, 2552) ดังนั้น เวลาที่เราฝัน เราก็ต้องมาดูสาเหตุว่าฝันเพราะเหตุใด บางทีก็แม่นจริง ๆ อยู่เหมือนกัน

ในเรื่องสุบินนิมิต มีหลักฐานปรากฏมากมาย ที่เด่น ๆ ที่สามารถกล่าวอ้างได้ คือ พระสุบินนิมิตของพระนางสิริมหามายา ซึ่งขออนุญาตยกข้อความมานำเสนอ ดังนี้ (จันทร์จิรา จูมพลหล้า และคนอื่น ๆ, 2549, หน้า 7)

พระนางสิริมหามายาทรงสุบิน

พระนางสิริมหามายาทรงสุบิน

ก่อนพุทธศักราช 80 ปี ในราตรีกาล วันอาสาฬหปุณณมี เพ็ญเดือน 8 พระนางสิริมหามายา ทรงอธิษฐานสมาธานอุโบสถศีล เสด็จบรรทมทรงสุบินนิมิตว่า “ท้าวจาตุมหาราช ทั้ง 4 มายกพระองค์ไปพร้อมกับพระแท่นที่บรรทม เอาไปวางไว้บนแผ่นมโนศิลาภายใต้ต้นสาละ แล้วมีนางเทพธิดามาทูลเชิญให้เสด็จไปสรงน้ำในสระอโนดาต ชำระล้างมลทินแห่งมนุษย์ แล้วทรงผลัดด้วยผ้าทิพย์ ลูบไล้ด้วยเครื่องหอมอันเป็นทิพย์ ทั้งประดับด้วยทิพยบุบผาชาติ ใกล้ภูเขาเงินภูเขาทอง แล้วเชิญเสด็จให้เข้าบรรทมในวิมานทอง บ่ายพระเศียรไปยังทิศตะวันออก ขณะนั้นมีช้างเผือกเชือกหนึ่งชูงวงจับดอกบัวขาวเพิ่งแย้มบาน กลิ่นหอมฟุ้งตระหลบ ลงจากภูเขาทองทางทิศเหนือ ร้องก้องโกญจนาทเดินเข้าไปในวิมาน ทำประทักษิณเวียนพระแท่นที่บรรทม 3 รอบ แล้วปรากฏเสมือนเข้าไปสู่พระอุทรทางเบื้องขวาของพระนาง”

ครั้นรุ่งเช้า พระนางจึงกราบทูลเรื่องพระสุบินนิมิตแก่พระเจ้าสุทโธทนะ พระเจ้าสุทโธทนะจึงรับสั่งเชิญพราหมณ์ปาโมกข์โหราจารย์มาทำนาย พราหมณ์ทั้งหลายทูลพยากรณ์ว่า พระนางจะได้พระราชโอรส มีบุญญาธิการยิ่งใหญ่ในโลก เป็นที่พึ่งของปวงประชาไม่มีผู้ใดเสมอ

 

ในส่วนของคนไทย เรื่องสุบินนิมิตที่ยิ่งใหญ่เรื่องหนึ่งก็คือ พระสุบินนิมิตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงสุบินนิมิตก่อนชนช้างกับพระมหาอุปราชา ซึ่งปรากฏในหนังสือ ลิลิตตะเลงพ่าย พระนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส (2539, หน้า 69-70) ดังนี้

          เทวัญแสดงเหตุให้                            สังหรณ์ เห็นแฮ
เห็นกระแสสาคร                                         หลั่งล้น
ไหลลบวนาดร                                           แดนตก ทิศนา
พระแต่เพ่งฤาพ้น                                         ที่น้ำนองสาย
          พระกรายกรย่างเยื้อง                          จรลี
ลุยมหาวารี                                               เรี่ยวกว้าง
พอพานพะกุมภีล์                                         หนึ่งใหญ่ ไสร้นา
โถมปะทะเจ้าช้าง                                       จักเคี้ยวขบองค์
          พระทรงแสงดาบแก้ว                          กับกร
โจมประจัญฟันฟอน                                      เฟื่องน้ำ
ต่างฤทธิ์ต่างรบรอน                                     ราญชีพ กันแฮ
สระท้านทุกถิ่นท่าถ้ำ                                    ท่งท้องชลธี
          นฤบดีโถมถีบสู้                                ศึกธาร
ฟอนฟาดสุงสุมาร                                        มอดม้วย
สายสินธุ์ซึ่งนองพนานต์                                 หายเหือด แห้งแฮ
พระเร่งปรีดาด้วย                                         เผด็จเสี้ยนเศิกกษัย
                                              ฯลฯ

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา และสามารถเอาชนะพระมหาอุปราชาได้

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา และสามารถเอาชนะพระมหาอุปราชาได้

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงต่อสู้กับจรเข้ใหญ่กลางป่าลึก

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงต่อสู้กับจระเข้ใหญ่กลางป่าลึก

ในเรื่องพระสุบินนิมิตเรื่องที่ 1 คงเดาได้ไม่ยากว่าพระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะทรงฝันว่ามีช้างเผือกเข้าท้อง และเหล่าพราหมณ์ทั้งหลายก็ทำนายว่าจะทรงมีพระโอรสที่ยิ่งใหญ่ มีชื่อเสียงไปทั่วแดนดิน และนั่นก็คือพระพุทธเจ้านั่นเอง ส่วนพระสุบินนิมิตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชซึ่งฝันว่ามีน้ำท่วมป่า พระองค์เสด็จลุยน้ำและพบกับจระเข้ใหญ่ (กุมภีล์) ได้เข้าต่อสู้กัน ทรงประหารจระเข้นั้นด้วยฝีพระหัตถ์ หลังจากนั้น สายน้ำก็เหือดแห้งไป เมื่อโปรดเกล้าฯ ให้โหรหลวงทำนาย โหรคือพระยาโหราธิบดีก็ทำนายว่า พระองค์จะได้ต่อสู้กับพระมหาอุปราชา และสามารถเอาชนะพระมหาอุปราชาได้ ซึ่งตามประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา ปรากฏว่าพระสุบินนิมิตของพระนเรศวรกลายเป็นเหตุการณ์จริง ในสงครามที่เรียกว่า สงครามยุทธหัตถี (พ.ศ. 2135)

สุบินนิมิตที่ยกมาดังกล่าว เป็นสุบินนิมิตที่เกิดจากเหตุประเภทที่ 3 คือ เทพสังหรณ์ คือ ฝันเพราะเทวดาดลใจให้รู้ล่วงหน้า ซึ่งนับว่าเป็นความฝันที่เป็นมงคลอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม สำหรับคนเดินดินทั่วไปก็อาจสามารถฝันได้เช่นเดียวกัน แต่น่าจะอยู่ในประเภทแรกที่เรียกว่า บุพนิมิต ซึ่งเป็นความฝันที่บอกลางล่วงหน้า แต่ไม่ทราบว่าจะเป็นลางดีหรือลางร้าย ซึ่งก็ต้องคอยดูของจริงกันต่อไป

ผู้เขียนก็เคยมีประสบการด้านสุบินนิมิตมาบ้างเล็กน้อย คือฝันว่าได้ไปต่างประเทศ ฝัน 2 ครั้ง ได้ไป 2 ครั้ง น่าประหลาดไม่น้อย และที่สำคัญ ฝันจะแม่นยำมากเมื่อฝันตอนใกล้รุ่ง เวลาประมาณ ตี 4 ตี 5 ซึ่งจะเป็นอย่างไรคงต้องเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไป

บรรณานุกรม

ความรู้เกี่ยวกับสุบินนิมิต. (2552) ค้นวันที่ 23 กันยายน 2552, จาก http://www.mwk.ac.th/wimolrat

จันทร์จิรา จูลพลหล้า และคนอื่น ๆ. (2549). พุทธประวัติ ตามรอยบาทพระศาสดา ณ แดนพุทธภูมิ. กรุงเทพฯ: ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม).

ปรมานุชิตชิโนรส, สมเด็จพระมหาสมณเจ้า. (2539). ลิลิตตะเลงพ่าย. กรุงเทพฯ: สำนักราชเลขาธิการ.

ราชบัณฑิตยสถาน. (2546). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์.

สงครามครั้งที่ 10 สงครามยุทธหัตถี.  ค้นวันที่ 23 กันยายน 2552, จาก http://www.1.tv5.co.th/service/mod/heritage/king/naresuan3.htm

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s