ปันน้ำใจสู้ภัยหนาว version 3

น้อง ๆ เขาเขียนป้ายกันง่าย ๆ อย่างนี้แหละ

ช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ. 2553 ผู้เขียนได้มีโอกาสทำความดีเล็ก ๆ น้อย ๆ ร่วมกับพี่ ๆ น้อง ในสำนักงาน รวมทั้งเพื่อนฝูงญาติสนิทมิตรสหาย นั่นคือ ได้จัดทำโครงการ เรียกว่า “โครงการปันน้ำใจสู้ภัยหนาว” ซึ่งการจัดคราวนี้ ถือว่า เป็นการจัดครั้งที่ 3 ครั้งแรกจัดเมื่อวันที่ 7-8 เมษายน 2545 จัดให้แก่ครู นักเรียน และชาวบ้านบ้านแม่ขีด อ. แม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่อนสอน ครั้งที่ 2 จัดในวันที่ 29 มกราคม 2549 โดยจัดให้แก่ชาวบ้านบ้านแม่หืด ต. บ่อหลวง อ. ฮอด จ. เชียงใหม่ ส่วนครั้งนี้ จัดให้แก่ครู นักเรียน และชาวบ้านบ้านแม่ลายเหนือ ต. บ่อหลวง อ. ฮอด จ. เชียงใหม่

พรรคพวกเพื่อนฝูงที่ร่วมโครงการปันน้ำใจสู้ภัยหนาว ครั้งที่ 3

การจัดกิจกรรมให้แก่ชาวบ้าน สิ่งที่สำคัญก็คือ ต้องซักถามว่าชาวบ้านต้องการอะไร ขาดเหลืออะไร เราจะได้ช่วยเหลือเขาได้อย่างตรงจุด ประเด็นสำคัญที่จำเป็นคงหนีไม่พ้นความต้องการด้านกายภาพ เช่น เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม อาหาร ยารักษาโรค (แต่เรื่องที่อยู่อาศัย เราคงขอยกเว้นไว้ก่อน เพราะออกจะเกินกำลังไปหน่อย) และอีกด้านหนึ่งคือด้านสติปัญญาหรือด้านให้ความรู้ ซึ่งสามารถทำได้หลายอย่าง อาทิ การไปให้ความรู้ การบรรยาย การสาธิต หรือการนำหนังสือ เอกสาร และข่าวสารต่าง ๆ ไปแจกให้ ซึ่งผู้เขียนและพรรคพวกก็ยึดหลักความต้องการในสองด้านนี้แหละ

เราเป็นคนเล็ก ๆ เราก็ช่วยคนอื่น ๆ แบบเล็ก ๆ ไม่หวือหวาฟู่ฟ่า เพียงแต่หวังว่า สิ่งที่เราทำเป็นเสมือนน้ำหยดเล็ก ๆ ที่ชโลมใจคนยากคนจนให้มีความรู้สึกดีขึ้นบ้าง

ดังนั้น โครงการ “ปันน้ำใจสู้ภัยหนาว” แต่ละครั้งที่เกิดขึ้น จึงมีจุดเน้นที่การแจกผ้าห่มกันหนาวเป็นสำคัญ เพราะคนยากคนจน คนบนดอย ส่วนใหญ่ยังหนาวเหน็บ ยังขาดเครื่องกันหนาวอีกมาก การช่วยเหลือเรื่องเครื่องกันหนาวจึงเป็นความต้องการอันดับต้น ๆ ของพวกเขา

ดอยสูงที่สวยงามแต่มักจะหนาวเหน็บอยู่ตลอดปี

กรรมการกับสิ่งของที่จะเตรียมมอบให้แก่ชาวบ้าน

เด็กน้อยบนดอยสูง

ผู้เขียนกำลังแจกผ้าห่มร่วมกับเพื่อน ๆ

นอกจากนั้น อาหารและยา ก็เป็นเรื่องสำคัญของชาวบ้านเช่นเดียวกัน ดังนั้นการแจกผ้าห่ม อาหาร และยา จึงเป็นเรื่องความจำเป็นพื้นฐานที่นักพัฒนาต่าง ๆ ทั้งคนเล็ก ๆ หรือนักพัฒนาสามารถดำเนินการได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ดี มักมีคนกล่าวกันเสมอ ๆ ว่า การแจก “สิ่งของ” เป็นการสงเคราะห์ที่มิได้แก้ “ต้นเหตุ” แห่งปัญหา เพราะคนจะคอยรอรับความช่วยเหลือเรื่อยไป ไม่มีที่สิ้นสุด แต่ควรมีการสอน “วิธีการ” ในการทำสิ่งนั้น ๆ เพื่อให้เขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเอง ซึ่งก็นับว่ามีหลักการและเหตุผลที่ดีมากอยู่ แต่ในช่วงแรกเราต้องทำให้คนสามารถมีชีวิตอยู่ได้ก่อน มีข้าว มีน้ำ มีเสื้อผ้า และมีความอบอุ่น อย่าให้หนาวตายก่อนที่จะได้ทำอะไรดี ๆ ที่นักวิชาการว่าไว้

 

อย่างที่ว่า พวกเราก็อยากที่จะส่งเสริมให้เด็ก ๆ และชาวบ้านมีโอกาสในการศึกษาหาความรู้มากขึ้น จึงระดมกันหาหนังสือ วารสาร นิตยสาร และวัสดุการอ่าน ตามที่จะพอหาได้ มามอบให้แก่เด็กและชาวบ้าน ซึ่งหวังว่าพวกเขาจะได้อ่าน และได้รับประสบการณ์จากการอ่านมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้คาดกว่า ผู้นำชุมชนและคณะครูจะเป็นผู้กระตุ้นในเรื่องนี้มากขึ้น

สาว ๆ กำลังเซ็นเซอร์ ว่านิตยสารที่จะแจกนี่เหมาะกับเด็ก ๆ หรือเปล่านะ

เด็ก ๆ กำลังเล่นชักเย่อกันอย่างสนุกสนาน

ส่วนอุปกรณ์กีฬาน่าจะมีส่วนทำให้เด็กและเยาวชนมีการออกกำลังกายมากขึ้น แทนการทำกิจกรรมที่ไม่เป็นประโยชน์หรือเสพยาเสพติด
ความหวังอาจหวังสูง แต่หากมีการปฏิบัติ แม้ไม่มาก ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย หรือมิใช่

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s