แม่กับการส่งเสริมการอ่าน

     หลาย ๆ คน คงมีประสบการณ์ใกล้เคียงกัน ว่า “แม่” หรือ “คุณแม่” มีบทบาทต่อตนเองมากมายในหลายแง่หลายมุม ทั้งบุคลิกลักษณะ อารมณ์ ความรู้สึก ความคิด และการมองโลก ผู้เขียนก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับ

     แม่ของผู้เขียนอาจแตกต่างจากแม่ของคนอื่น ๆ เพราะแม่มีการศึกษาน้อย จบแค่ “ป. 4” เท่านั้น ตา-ยาย เป็นคนยากจน ไม่สามารถส่งแม่เรียนต่อในระดับมัธยมหรือสูงกว่านั้นได้ แม่จึงต้องออกมาประกอบอาชีพส่วนตัว และออกเรือนไปในที่สุด

     ด้วยเหตุที่แม่สนใจอ่านและศึกษาค้นคว้าอยู่เสมอ ดังนั้น แม่จึงชอบอ่านหนังสือตลอดเวลา อ่านทั้งหนังสือนวนิยาย สารคดี ข่าว และข้อมูลอื่น ๆ ชดเชยที่แม่ได้เรียนเพียงชั้น ป. 4 และเมื่อมีผู้เขียน ซึ่งเป็นบุตรคนที่ 3 (ในบรรดาลูก 6 คน) แม่ก็จะสนับสนุนให้ผู้เขียนได้อ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก ๆ (อย่าเข้าใจผิดว่าแม่รักลูกไม่เท่ากัน ความจริงแม่ก็อย่างให้ลูก ๆ ได้อ่านหนังสือหนังหามาก ๆ เหมือน ๆ กัน แต่ลูกคนอื่น ๆ เขาไม่ค่อยชอบอ่านเหมือนผู้เขียน เคี่ยวเข็นอย่างไรก็ไม่อ่าน ชอบออกไปเล่นซนเสียมากกว่า ดังนั้น อย่ามาว่าแม่เรานะ!)

     แม่ผู้เขียนมีอาชีพค้าขาย ต้องไปตลาดทุกวัน (ตลาดวโรรส จ. เชียงใหม่) เมื่อขายของเสร็จตอนบ่าย ๆ แม่ก็จะซื้อกับข้าวกลับบ้าน และที่สำคัญ ทุกครั้ง แม่จะซื้อหนังสือมาฝากผู้เขียนตลอดเวลา และที่จำได้ไม่ลืมก็คือ ร้านขายหนังสือที่ตลาด คือร้าน คลังหนังสือ ซึ่งจะอยู่ตรงข้ามกับธนาคารกรุงเทพฯ สาขาตลาดวโรรส ดังนั้น ผู้เขียนจึงรู้สึกขอบคุณร้านหนังสือร้านนี้ที่ทำให้ผู้เขียนได้อ่านหนังสือต่าง ๆ อย่างมากมาย ในสมัยก่อน เมื่อยี่สิบ-สามสิบปีที่ผ่านมา ผู้เขียนจะมองว่าร้านหนังสือร้านนี้ใหญ่โตมโหฬาร มีหนังสือมากมาย อ่านเท่าไหร่ก็ไม่หมด แต่ปัจจุบัน เวลาไปเยี่ยมเยือนจะมองไปอีกแง่หนึ่งว่า ร้านก็เล็ก ๆ ไม่มีอะไรมากมาย เนื่องจากเราได้ไปดูร้านหนังสือที่ใหญ่กว่า ทั้งของจังหวัด [เช่นที่ สุริวงศ์บุ๊คเซ็นเตอร์ หรือร้านดวงกมล (D.K. Books)] ร้านหนังสือใหญ่ ๆ ในกรุงเทพฯ รวมทั้งร้านหนังสือขนาดใหญ่ในต่างประเทศ แต่อย่างน้อยที่สุด ผู้เขียนยังรู้สึกดีกับร้าน ๆ นี้ เพราะเป็นร้านหนังสือที่ทำให้ผู้เขียนได้มีประสบการณ์ในการอ่านหนังสือต่าง ๆ ตั้งแต่เด็ก เวลาเห็นร้านก็เหมือนกับเห็นเพื่อนเก่าที่คุ้นเคยกันมาเนิ่นนาน

แก้วหน้าม้า การ์ตูนแสนสนุกของ "ทวี วิษณุกร"

     แม่ผู้เขียนนี่เหมือนกับเป็นนักจิตวิทยา เพราะท่านเข้าใจว่าเด็ก ๆ นี่จะชอบอ่านอะไร ช่วงที่ผู้เขียนอายุ   7-8 ปี แม่จะซื้อหนังสือการ์ตูนมาให้ เป็นหนังสือการ์ตูนของ ทวี วิษณุกร เป็นส่วนใหญ่  เช่น หนังสือเรื่อง “โกมินทร์กุมาร”  “ปลาบู่ทอง”  “แก้วหน้าม้า” ฯลฯ ซึ่งผู้เขียนอ่านด้วยความสนุกสนาน นอกจากนั้นยังซื้อหนังสือการ์ตูนที่ดี ๆ อีกหลายฉบับ เช่น “หนูจ๋า”  “เบบี้” “ตุ๊กตา”  และเป็นที่น่าสังเกตว่าแม่จะไม่ซื้อหนังสือ “นิยายน้ำเน่า” ที่เรียกว่า “นิยายเล่มละบาท” มาให้เลย  แปลว่าแม่ก็ “ช่างเลือก” เหมือนกันนะนี่

     แม่จะให้ผู้เขียนอ่านก่อนเสมอ และเมื่อมีเวลาว่าง แม่จึงจะอ่านหนังสือพวกนั้นอีกครั้งหนึ่ง และที่น่าแปลกใจก็คือ เวลาผู้เขียนมีอายุมากขึ้น เช่น 10 ปี 12 ปี 15 ปี แม่ก็จะเลือกซื้อหนังสือที่เหมาะกับวัยผู้เขียน เช่น อนุสาร อสท. นิตยสารชัยพฤกษ์ นวนิยายของทมยันตี กาญจนา นาคนันทน์ สุวรรณี สุคนธา กฤษณา อโศกสิน โบตั๋น อรวรรณ เศก ดุสิต ฯลฯ ผู้เขียนได้อ่านหนังสือมากมาย แม่จึงมีบทบาททำให้ผู้เขียนรักและอยากอ่านหนังสืออยู่เสมอ

     เมื่อผู้เขียนสามารถไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเอง แม่ก็จะขอให้ผู้เขียนไปซื้อกับข้าวที่ตลาดแทนบ้างเป็นครั้งคราว และที่สำคัญ ผู้เขียนก็จะเหมือนแม่ คือ จะต้องซื้อหนังสือมาอ่านอยู่เสมอ ซึ่งคงต้องสรุปว่า “แม่” เป็นคนที่ทำให้ผู้เขียน “รักหนังสือ” และ “อยากอ่านหนังสือ” อย่างไม่ต้องสงสัย

     ปัจจุบัน เวลาที่ผู้เขียนไปเดินช็อปปิ้ง ไม่ว่าที่ใด สิ่งหนึ่งที่ต้องไปก็คือ “ร้านหนังสือ” ซึ่งบางคราวอาจทำให้ “เพื่อนฝูง” ที่ไปด้วย เกิดความ “รำคาญ” เพราะบางคนอยากไป กินกาแฟ ดูหนัง ซื้อของ เท่านั้น แต่ “ดูหนังสือ เราขอบาย!” (ไม่ดูก็ไม่ต้องดู ตัวใครตัวมันนะ)

     ตอนหลัง ผู้เขียนได้เรียนหนังสือในสาขา “บรรณารักษศาสตร์” หรือ “วิชาห้องสมุด” อาจเพราะถูกแม่ปลูกฝังให้รักหนังสือมาแต่เดิม ก็เลยได้สัมผัสกับหนังสือมากยิ่งขึ้น และตอบแทนพระคุณแม่โดยตอนหลัง ๆ เวลาเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ว่าง ๆ จะไปหาหนังสือดี ๆ ในสำนักหอสมุด แล้วก็ยืมไปให้แม่อ่าน มีทั้งนวนิยาย สารคดี เรื่องสั้น ฯลฯ แม่ก็อ่านได้ทั้งหมด เวลาอ่านจบ แม่ก็จะบอกว่า “หามาอีกนะ เอาที่สนุก ๆ นะ” ดังนั้น เวลาแม่อ่านอะไร ลูกก็อ่านด้วย รู้เรื่องกันทั้งสองคน

     ผู้เขียนเริ่มเรียนปริญญาตรีตั้งแต่ พ.ศ. 2516 – 2519 (เรียนสามปีครึ่ง) ก็ได้พยายามหาหนังสือเรื่องต่าง ๆ มาให้แม่อ่าน แทนการไปหาซื้อตามร้าน นวนิยายดัง ๆ สมัยนั้น ต้องเป็นของทมยันตี กฤษณา อโศกสิน สุวรรณี สุคนธา รพีพร พนมเทียน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เสนีย์ เสาวพงศ์ อรวรรณ สีฟ้า โบตั๋น ฯลฯ นอกจากนั้น ก็เริ่มอ่านหนังสือกำลังภายในของ ว. ณ เมืองลุง กับ น. นพรัตน์ และหนังสือแปล (หนังสือภาษาอังกฤษแปลเป็นภาษาไทย) แม่ก็ชอบอ่าน เพียงแต่บ่นหน่อย ๆ ว่าชื่อจีนกับชื่อฝรั่งนี่อ่านยาก แต่แม่ก็รู้เรื่องทั้งหมด

     หนังสือนวนิยายรวมทั้งหนังสือประเภทอื่น ๆ นักเขียนบางคนใช้นามจริง บางคนใช้นามแฝงมากมายหลายชื่อ และส่วนใหญ่เราก็จะรู้ว่านามแฝงชื่อนั้นชื่อนี้เป็นของใคร หนังสือที่ “คุณลูก” หามา “คุณแม่” ก็จะอ่านแบบไม่มีเกี่ยงงอน ลองนึก ๆ ดู มีมากมายทีเดียว อาทิเช่น

ค่าของคน โดย โรสลาเรน

อุบัติเหตุ โดย กนกเรขา

     หนังสือของทมยันตี (ชื่อจริงคือ คุณวิมล เจียมเจริญ มีผลงานเขียนโดยใช้หลายนามปากกา คือ ทมยันตี โรสลาเรน กนกเรขา และลักษณวดี) ภายใต้นามปากกาที่โดดเด่นที่สุดคือ “ทมยันตี” มีผลงานยอดเยี่ยมคือ “คู่กรรม” นอกจากนั้นยังมี “”เมียน้อย” “แก้วกลางดง” “คุณหญิงนอกทำเนียบ” “ทิพย์” “รักที่ต้องมนตรา” “อย่าลืมฉัน” ฯลฯ ยี่ห้อ “ทมยันตี” รับประกันว่า เนื้อหาสาระต้องเข้มข้น สะใจ สะท้อนสังคม และประชดประชันสุด ๆ หากจะออกหวาน ๆ ซึ้ง ๆ หรือคลุกเคล้าน้ำตา ก็ต้องใช้นามปากกา “โรสลาเรน” หรือกุหลาบราชินี หนังสือที่หามาให้แม่มีหลายเรื่อง อาทิ “ค่าของคน” “เงา” “ทางรัก” หากจะออกแบบตลกขบขัน ก็ต้องยี่ห้อ “กนกเรขา” เช่น เรื่อง “อุบัติเหตุ” “พ่อปลาไหล” “พ่อครัวหัวป่าก์” และ “แรงรัก” เป็นต้น ดังนั้น สองแม่ลูกจึงได้อ่านหนังสือของ “ทมยันตี” ไปไม่น้อยเลย

     กฤษณา อโศกสิน (ชื่อจริง คุณสุกัญญา ชลศึกษ์) มีผลงานมากมาย ที่หาให้แม่อ่าน อาทิ “เดือนครึ่งดวง” “ตะวันตกดิน” “เมียหลวง” “เรือมนุษย์” และ “สวรรค์เบี่ยง” ฯลฯ บางครั้งหาในชื่อนามปากกา “กัญญ์ชลา” ได้หนังสือมาอีกหลายเล่ม เช่น “ดวงตาสวรรค์” “ฝนหยาดสุดท้าย” “ฝันกลางฤดูฝน” และ “พระจันทร์หลงเงา” ซึ่งเมื่ออ่านจบ ไม่แม่ก็ลูกจะต้องวิพากษ์วิจารณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่แน่ ๆ คือ “กฤษณา อโศกสิน” นี่ เขียนอะไรเป็นจริงเป็นจังไปหมด ทำให้ต้อง “ปลง” กับชีวิตจริง ๆ

     สำหรับผลงานของคุณสุวรรณี (สุวรรณี สุคนธา ชื่อจริงคือ สุวรรณี สุคนธ์เที่ยง อาจารย์จากมหาวิทยาลัยศิลปากร) มีผลงานที่แม่ได้อ่านหลายเรื่อง คือ “เขาชื่อกานต์” “คืนนี้ไม่มีพระจันทร์” “ด้วยปีกของรัก” “พระจันทร์สีน้ำเงิน” “เรื่องของน้ำพุ” และ “สายบ่หยุด เสน่ห์หาย” ซึ่งเนื้อหาสาระและสำนวนโวหาร ใกล้เคียงกับ “ทมยันตี” และ “กฤษณา อโศกสิน” อย่าง “เขาชื่อกานต์” และ “เรื่องของน้ำพุ” อ่านแล้ว “เครียดมาก” ทีเดียว อย่างไรก็ดี ชีวิตคนบางส่วนก็เป็นเช่นนี้มิใช่หรือ

     นักเขียนที่ประทับใจทั้งแม่ทั้งลูกอีกรายก็คือกาญจนา นาคนันทน์ (ชื่อจริง นงไฉน ปริญญาธวัช) แม่ประทับใจทั้ง “ผู้ใหญ่ลีกับนางมา” “แค่ขอบฟ้า” และ “เขาชื่อเดช” “ผู้ใหญ่ลีกับนางมา” นั้น ทำให้คิดถึงชาวนาและเกษตรกร โดยเฉพาะชอบใจมุขที่ว่า พระเอก “ผู้ใหญ่ลี หรือ ลีนวัตร” เป็นเกษตรกรที่จบปริญญา ส่วนนางมา หรือ “มาลินี” ก็เป็นผู้หญิงดี ที่ “ไม่เชย” อย่างชื่อ (ซักกะหน่อย) และที่ประทับใจมากคือ “เขาชื่อเดช” ที่ “แม่” ได้อบรมสั่งสอนลูกชาย ให้เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ และเป็นสุภาพบุรุษ และ “เดช” ก็เป็นคนที่ได้ดั่งใจแม่จริง ๆ

     เรื่องที่แม่ชอบอีกเรื่องเห็นจะได้แก่ “จดหมายจากเมืองไทย” ของโบตั๋น ซึ่งแม่บอกว่าทำให้รู้ขนบธรรมเนียมประเพณีจีนได้ดีขึ้น และบอกว่าให้ขยัน ๆ เหมือนคนจีนนะ จะได้เจริญรุ่งเรือง แต่ก็อย่าลืม “ความเป็นคนไทย” ที่มี “น้ำใจ” ด้วย

สี่แผ่นดิน ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช นวนิยายทางประวัติศาสตร์ที่สนุกสนานและซาบซึ้งมาก

     เมื่อนำ “สี่แผ่นดิน” มาให้แม่อ่าน แม่มีความสุขมาก ได้ย้อนรำลึกความหลังเก่า ๆ และประทับใจกับสำนวนโวหารของ “ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช” ที่สละสลวย และเห็นภาพพจน์ทุกบททุกตอน หลังจากนี้ก็ให้แม่ได้อ่านผลงานชิ้นอื่น ๆ ของม.ร.ว. คึกฤทธิ์ อีกหลายเรื่อง เช่น “หลายชีวิต” “ไผ่แดง” ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นผลงานเขียนที่น่าอ่านยิ่ง

     ช่วงปีพ.ศ. 2513 เป็นต้นมา นวนิยายจีนกำลังภายในเป็นที่นิยมทั่วไป บางเรื่องมีการจัดทำเป็นภาพยนตร์ทั้งทางโทรทัศน์ และฉายในโรงภาพยนตร์ แม่ของผู้เขียนก็เป็นท่านหนึ่งที่คอยติดตามนวนิยายเหล่านี้ด้วย ดังนั้น หนังสือส่วนหนึ่งที่นำมาให้แม่อ่านจึงมีนวนิยายจีนกำลังภายในหลาย ๆ เรื่องติดมาด้วย ส่วนใหญ่เป็นนวนิยายจีนที่แปลโดย ว. ณ เมืองลุง และ น. นพรัตน์ เรื่องที่ฮิตในช่วงนั้นมีหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่เขียนโดย “โก้วเล้ง” เช่นเรื่อง “ฤทธิ์มีดสั้น” “เหยี่ยวเดือนเก้า” “จอมดาบหิมะแดง” “เดชขนนกยูง” “ผีเสื้อสยองขวัญ” “นกแก้วสยองขวัญ” “นักสู้ผู้พิชิต” “พยัคฆ์ร้ายบู๊ลิ้ม” “ชอลิ่วเฮียง” “จอมโจรจอมใจ” และ “เล็กเซี่ยวหงส์” รวมทั้งเรื่องกำลังภายในที่เป็นตำนาน คือ “มังกรหยก” ของ “กิมย้ง” แปลโดย จำลอง พิศนาคะ แม่ไม่เคยพลาดเลย และส่วนใหญ่แม่จะบอกให้ “ลูก” จดข้อคิดคำคมดี ๆ จากนวนิยายกำลังภายในที่ได้อ่านไว้ด้วย ซึ่งผู้เขียนก็ไม่รีรอที่จะทำตามโดยดี

"ฤทธิ์มีดสั้น" หรือ "เซี่ยวลี้ปวยตอ" ของ โก้วเล้ง แปลโดย ว. ณ เมืองลุง นับเป็นนวนิยายกำลังภายในที่โดดเด่นและมีผู้รู้จักมากที่สุด ความรักและความเสียสละที่ "ลี้น้อย" มีให้เพื่อน รวมทั้ง "มีดสั้น" ที่ไม่เคยพลาดเป้า ทำให้ "เซี่ยวลี้ปวยตอ" เป็นนวนิยายกำลังภายในที่คลาสสิกที่สุดของวรรณกรรมจีน

     สำหรับหนังสือแปลจากภาษาฝรั่ง ผู้เขียนก็นำมาให้แม่อ่านบ้างตามโอกาส รวมทั้งสารคดีอะไรต่าง ๆ

     จึงสรุปได้ว่า ในการส่งเสริมการอ่านในครอบครัว ระยะแรก แม่จะเป็นคนส่งเสริมให้ลูกได้อ่าน และรักการอ่าน โดยการอ่านหนังสือง่าย ๆ สนุก ๆ มีภาพประกอบ พอลูกอ่านมากขึ้น “ติด” หนังสือแล้ว ก็ขยายขอบเขตให้อ่านอะไรต่าง ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ ระยะต่อมา ลูกอาจหาหนังสือต่าง ๆ มา “แชร์” ให้แม่ได้อ่านบ้าง ในที่สุด ทั้งแม่และลูกก็จะอ่านหนังสือไปด้วยกัน และเรียนรู้ไปด้วยกัน

     ดีไหมจ๊ะแม่ ?

Advertisements

2 thoughts on “แม่กับการส่งเสริมการอ่าน

  1. ผมขอชี่นชมคุณ และคุณแม่ของคุณมากๆครับ

    เราคงรุ่นใกล้เคียงกัน(2500)…. ผมเข้ามาเจอบทความนี้เพราะป้อนคำว่า การ์ตูนแก้วหน้าม้าทวี วิษณุกรครับ
    อ่านแล้วประทับใจทั้งคุณและคุณแม่ที่เป็นนักอ่าน แนวการอ่านของคุณคล้ายกับผม เช่น แก้วหน้าม้า โกมินทร์กุมาร กระสือสาว(ของทวี)…ขุนขวานทมิฬ อัศวินสายฟ้า เจ้าชายลิ้นดำ(ของ พ.บางพลี)…หนูจ๋า เบบี้ ตุ๊กตา และเรื่องยาวของพิมล กาฬสีห์ จากรั้วมัลลิกา ราตรีในห้องสีชมพู…
    นิยายชอบของสุวรรณี สุคนธาโดยเฉพาะเรื่อง เก้าอี้ขาวในห้องแดง…ชอบละเวง ตะวันฉาย อินทร
    ขอบคุณนะครับ บทความของคุณผมอ่านด้วยความสุข มีคนที่คิดใกล้เคียงกันกับเราและคุณก็เป็นลูกที่ยกย่องแม่ด้วย
    สวัสดีครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s